ตั้งกองเกียรติยศรับศพทหารเรืออับปางกลับบ้าน ญาติลมจับเพิ่งรู้คิดว่าติดโควิด (คลิป)

ตั้งกองเกียรติยศรับศพทหารเรืออับปางกลับบ้าน ญาติลมจับเพิ่งรู้คิดว่าติดโควิด (คลิป)


กรณีเหตุเรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัย ประสบเหตุการณ์พายุคลื่นลมแรงกลางทะเลอ่าวไทย บริเวณพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ธ.ค. 65 ทหารเรือที่โดยสารอยู่บนเรือประมาณ 105 ชีวิต ใส่ชูชีพกระโดดออกจากเรือเพื่อเอาตัวรอด พบผู้เสียชีวิต 7 ราย และสูญหาย 22 ราย ล่าสุด 24 ธ.ค. 65 พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 6 ราย รวมพบผู้เสียชีวิต 13 ราย


บรรยากาศล่าสุด สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ทหารกองเกียรติยศ โดยฐานทัพเรือสัตหีบ รับร่าง 2 กำลังพล จาก 6 กำลังพลที่จากไป คือ จ.อ.จักร์พงศ์ พูลผล จ่าปืน แผนกอาวุธและการเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย และพลทหารอัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือ แผนกเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย มาจากฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยอำนวยความสะดวกส่งร่างขึ้นเครื่องบิน FOKKER กลับภูมิลำเนา จ.สุราษฎร์ธานี


โดยมีคุณแม่ ครอบครัว และเพื่อนร่วมรุ่น จ.อ.จักร์พงศ์ และผู้บังคับบัญชาพลฯอัครเดช ร่วมรับร่างกันตั้งแต่ ฌาปนสถานกองทัพเรือ ซึ่งมีพิธีการจุดธูปบอกกล่าว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ก่อนทำพิธียกหีบขึ้นรถทหาร เป่าเพลงนอน เพื่อสดุดีกำลังพลที่จากไป


นางแมบ พูลผล อายุ 65 ปี แม่ของ จ.อ.จักร์พงค์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้มารับลูกไปประกอบพิธีการทางศาสนาที่วัดสุธาฤดีวนาราม ซึ่งมีคุณพ่อวัย 83 ปี และญาติ รอรับลูกอยู่ ขณะเดียวกันตั้งใจและอยากให้ลูกได้รับบุญกุศลมากที่สุด จึงจัดพิธีทางศาสนาสวดพระอภิธรรมศพต่อเนื่องจนครบ 7 คืน ก่อนจะจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพวันที่ 27 ธ.ค. 65

ส่วนตัวไม่รู้จะบอกอะไรกับลูกเพราะจุกอกไปหมด ลูกเป็นทุกอย่างของแม่ เป็นเสาหลัก ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แม้ที่ผ่านมาจะห้ามลูกไม่ให้มาเป็นทหาร แต่ลูกบอกอยากมาเป็นทหารมาตั้งแต่เด็ก เป็นห่วงพ่อแม่ เพราะต้องจากพ่อแม่มาไกล แต่ลูกมองว่าเกิดเป็นลูกผู้ชายต้องรับใช้ชาติ รับราชการอยากให้พ่อแม่สบาย และก็รับราชการมา 13 ปีแล้ว แม่ภูมิใจในตัวลูกมาก

อีกทั้งลูกปฏิบัติหน้าที่บนเรือลำนี้หลายครั้งแล้ว ทั้งในและต่างประเทศ เหตุการณ์ปกติ ก่อนเกิดเหตุคือวันอาทิตย์ที่ 18 ธ.ค. เขาโทรบอกพี่ว่าจะไป จ.ชุมพร เสร็จการปฏิบัติหน้าที่และจะกลับบ้าน ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 2 หลังสถานการณ์โควิดที่ได้เคยกลับบ้านเพราะกลัวเอาโรคไปติดพ่อแม่ จึงได้พบกันแค่ครั้งเดียวในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่คิดว่าจะกลับไปแบบนี้ นาทีข่าวออกว่าเรือล่ม ตนรู้เลยว่าลูกอยู่บนเรือหลวงสุโขทัยแน่นอน แม้แต่นาทีที่พบศพลูกชาย ลูกสาวคนโตยังไม่เชื่อว่าเป็นน้อง และทำใจยอมรับไม่ได้เลย เพราะมีกันแค่สองคนพี่น้อง

สำหรับร่าง จ.อ.จักร์พงศ์ พูลผล จ่าปืน แผนกอาวุธและการเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย ครอบครัวนำร่างตั้งบำเพ็ญกุศลที่ ณ วัดสุธาฤดีวนาราม ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จะสวดพระอภิธรรมคืนนี้ เวลา 19.00 น. และในคืนถัดไปเวลาเดียวกัน ก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 27 ธ.ค. 65


ขณะที่พลฯ อัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือแผนกเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย แม้ในวันนี้ครอบครัวไม่ได้เดินทางมารับแต่ครอบครัวรอรับร่างอยู่วัดคลองครามประชาสรรค์ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมศพตั้งแต่คืนนี้เวลา 19.00 น. และพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 ธ.ค. 65 สำหรับวันนี้ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ ดำเนินการการสวดพระอภิธรรมพิธีการหลวงให้กับกำลังพล 3 นาย ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 3


เมื่อเวลา 13.30 น. กองเกียรติยศได้เคลื่อนนำร่างพลฯทหารอัครเดช โพธิ์บัติ มาถึงวัดสุธาฤดีวนารามหมู่ 2 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ครอบครัวและญาติกำหนดตั้งบำเพ็ญกุศลศพ และกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 27 ธ.ค. 65 บรรยายเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

นางจรรยา มีลาภ อายุ 48 ปี แม่ของพลฯทหารอัครเดช กล่าวว่า ตนเองมีลูก 4 คน พลฯทหารอัครเดช เป็นบุตรชายคนโต ซึ่งจะปลดประจำการในวันที่ 1 ก.พ. 65 ที่ผ่านมาในชีวิตรับใช้ชาติก็จะส่งรูปมาให้ดูว่ากินอยู่สบายดี เหนื่อยบ้างเวลาฝึก เมื่อทราบข่าวว่าเรืออับปาง และมีรายชื่อบุตรชายเป็นผู้สูญหายก็ได้แต่ภาวนาให้ปลอดภัย แต่สุดท้ายก็พบว่าเสียชีวิต ถือว่าบุตรชายได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว

ขณะที่กองเกียรติยศได้ลำเลียงนำร่าง จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล มาถึงยังที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดคลองครามประซาสรรค์ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีครอบครัวญาติและชาวบ้านที่ทราบข่าวมารอรับด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้า


นายเอก แก้วกาญจน์ เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนปากแพรกวิทยาคม กล่าวว่า ตนเองและ จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล เป็นเพื่อนร่วมรุ่นมัธยมปีที่ 1-6 ในวันที่ทราบข่าวว่ามีเรือหลวงสุโขทัยอับปางในวันแรกได้รับข่าวว่าปลอดภัยทั้งหมด จนมีรายชื่อของ จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล อยู่ในผู้สูญหาย เพื่อนในรุ่นต่างรู้สึกตกใจ และได้เข้าให้กำลังใจครอบครัว โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก ในส่วนของพ่อ ซึ่งเคยเป็นพลฯทหารเรือมาก่อนในความเศร้าโศกเสียใจ ก็มีความภาคภูมิใจทึ่ลูกได้ทำเพื่อชาติจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย


เมื่อเวลา 18.30 น. บรรยากาศที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งจะมีการพิธีสวดพระอภิธรรม ทำนองหลวง ให้กับกำลังพล 3 นาย ได้แก่ว่าที่เรือเอกสามารถ แก้วผลึก ตำแหน่งสรั่งช่างกล แผนกช่างกล, พ.จ.อ.อัชชา แก้วสุพรรณ์ ตำแหน่งช่างโซนาร์ แผนกอาวุธและการเรือ และพ.จ.อ. อำนาจ พิมที ตำแหน่งพลขับหมู่ตรวจการณ์หน้าที่ 1 สังกัด สอ.รฝ ต่อเนื่องเป็นคืนที่ 3 ในเวลา 19.00 น.


ว่าที่เรือตรีภาสกร พิมที ลูกชายของ พ.จ.อ.อำนาจ เปิดเผยว่า ตนในฐานะลูกชายทหารเรือ และที่ผ่านมาพ่อทั้งสอนให้รู้จักความอดทน ความตรงต่อเวลา และความเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบชายชาติทหาร จนเกิดประกายให้ตนอยากรับใช้ชาติเช่นเดียวกับพ่อ ซึ่งหลังเรียนจบปริญญาตรี จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการหลักสูตรทหารอาสารุ่นแรก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง พ่อจึงหวังกับตนไว้มาก


ดังนั้นวันนี้แม้เสียใจ แต่ต้องอยู่และสู้ เพื่อแม่และน้องชาย อีกทั้งพ่อคงไม่อยากให้พวกเราเสียใจนาน และในเมื่อคนที่จากไปแล้วไม่สามารถกลับมาได้ คนที่ยังอยู่คงต้องสู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอส่งกำลังใจให้อีก 23 ครอบครัว ขออย่าฟังข่าวและด่วนสรุป ให้ตั้งความหวัง แม้มีน้อยแต่ยังพอมีหวังว่าพวกเขาจะปลอดภัย พร้อมส่งกำลังใจนี้ให้กำลัง 23 นายที่ยังอยู่กลางทะเล ให้รีบกลับมาหาครอบครัว เชื่อว่าวันนี้ครอบครัวที่ยังรอเขากินไม่ได้ นอนไม่หลับ จึงอยากให้กลับมาสู่อ้อมกอดครอบครัวโดยเร็ว


ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานพร้อมรูปแจ้งว่า พบแพชูชีพพร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพ บริเวณเกาะพิทักษ์ ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร


เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบแพชูชีพสภาพที่ยังใช้การได้ลอยติดที่ชายหาดของเกาะ เมื่อตรวจสอบที่ชูชีพพบเลขรหัส 512/14 และข้อความ จ่า พนง.เรดาห์3 OPV.512 นอกจากนี้ มีการสรุปภาพรวมของการพบวัตถุที่ผ่านมา


โดยตั้งสมมติฐานว่าคนสูญหายน่าจะลอยไปทางทิศทางตะวันตกเฉียงใต้ จากจุดเกิดเหตุตามทิศทางกระแสน้ำ มีข้อความมระบุด้วยว่า “จ่า พนง.เรดาห์3” และคลื่นลมหรือจะพัดเข้าหาฝั่งบริเวณเมืองชุมพรถึงท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี