สั่งเบรกเจ้าอาวาสยัดพระธาตุเข้าตาเสริมขลัง พระพยอมติงบิดเบือนธรรม (คลิป)

สั่งเบรกเจ้าอาวาสยัดพระธาตุเข้าตาเสริมขลัง พระพยอมติงบิดเบือนธรรม (คลิป)


จากกรณีที่มีผู้ใช้ติ๊กต็อก ”paupiaมาร่วมสนุกกับฉันบนติ๊กต๊อก“ พร้อมกับลงคลิปพระสงฆ์รูปหนึ่ง ซึ่งเป็นพระอาจารย์ และมีชายนอนอยู่ตรงหน้าพระสงฆ์รูปนี้ และได้ใช้เม็ดสีขาวคล้ายเม็ดหิน ซึ่งภายในคลิปกล่าวไว้ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุ และพระสงฆ์ได้นำพระธาตุใส่ในดวงตาทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วินาที และได้นำออกมาจากดวงตาของชายที่นอนอยู่


โดยเสียงคลิปยังระบุด้วยไว้ว่าถ้าหากเป็นพระธาตุแท้ หากนำเข้าไปในดวงตานั้น จะไม่มีการเบียดเบียนดวงตา และไม่มีการระคายเคืองตา และมีน้ำตาไหลออกมาแต่อย่างใด เชื่อว่าเป็นอภินิหารของพระธาตุ หลังจากที่คลิปนี้ลงไปก็ได้มีคำวิพากวิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวจำนวนมาก และความเหมาะสมหรือไม่ และจะเป็นอันตรายกับดวงตาหรือไม่หากใช้ความรู้และเหตุผลมาประกอบ


ล่าสุด วันที่ 2 ม.ค.65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่วัดท่อใหญ่ (ใหญ่พรหมประทาน) หมู่ 9 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ช่วงเวลา 13.00 น. มีหลายหน่วยงานหลายได้เดินทางลงพื้นที่วัดดังกล่าว รองเจ้าคณะอำเภอบ้านบึง, เจ้าคณะตำบลหนองอิรุณ, ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี, ปลัดอำเภอบ้านบึง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านบึง, ผอ.รพ.สต.บ้านอ่างเวียน ต.หนองอิรุณ, นายก อบต.หนองอิรุณ, กำนัน ต.หนองอิรุณ, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านท่อใหญ่, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 เป็นต้น


ต่อมาเวลา 13.30 น. รองเจ้าคณะอำเภอบ้านบึง ท่านเจ้าคณะตำบลหนองอิรุณ รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขได้นิมนต์พระครูวิมลธรรมาภิรักษ์ หรือ อาจารย์เกี๋ยง อายุ 69 ปี เจ้าอาวาสวัดท่อใหญ่ ไปที่วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ใกล้กับกุฏิเจ้าอาวาส เพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัว


หลังจากเข้าไปพูดคุยกันนานกว่า 1 ชั่วโมง เวลาประมาณ 14.30 น. ทุกคนก็ได้ออกมาจากห้อง ก่อนที่ทางพระครูวิมลธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดท่อใหญ่ จะเดินปลีกออกไปอีกทาง เนื่องจากติดกิจนิมนต์ต่อ ทั้งนี้ ทีมข่าวได้กราบนมัสการท่านรองเจ้าคณะอำเภอบ้านบึง พระครูพิมลกิจจานุวัตร เเละเพื่อขอสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภายหลังจากประชุมหารือ

พระครูพิมลกิจจานุวัตร เปิดเผยว่า หลังจากการประชุม ก็ได้ข้อสรุปเเล้วว่าให้ยุติการนำเอาพระธาตุมาใส่ในดวงตา ด้วยเหตุผลคือ 1.ไม่สมควรทำ 2.เกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสนเเละเข้าใจผิด นำไปทดสอบเอง ซึ่งอาจเกิดผลเสียต่อดวงตาได้


ส่วนสาเหตุที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสท่านทำแบบนั้น เพราะต้องการจะพิสูจน์ความจริง อีกทั้งยังเคยศึกษาเเละครูบาอาจารย์บอกต่อกันว่า หากเป็นพระธาตุเเท้จะต้องทดสอบได้ในจุดที่ระคายเคืองมากที่สุด นั่นก็คือดวงตา ส่วนจะมีวิธีทดสอบพระธาตุโดยวิธีอย่างอื่นอีกหรือไม่นั้น ตนเองก็ไม่ทราบแน่ชัดเช่นกัน ไม่รู้ว่าเขาพิสูจน์กันยังไง แต่โดยปกติเเล้วพระธาตุจะไม่เอาออกมาง่าย ๆ ส่วนใหญ่จะเก็บไว้ในเจดีย์ ซึ่งยังไม่เคยมีใครเอาออกมาพิสูจน์ได้ว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม เพราะโดยส่วนใหญ่เเล้วชาวบ้านจะเกิดความศรัทธาด้วยตัวพระธาตุเองอยู่เเล้ว

ซึ่งพระธาตุที่วัดนี้ก็มีที่มาที่ไป โดยหลวงพ่อเจ้าอาวาสท่านได้บอกไว้เมื่อตอนที่ประชุมกันว่าได้รับมานานประมาณ 45 ปีมาเเล้ว โดยมีครอบครัวของนายพันอัญเชิญพระธาตุมาเพื่อประดิษฐานที่เจดีย์ที่วัดหลวงพ่อชา เเต่สุดท้ายไม่ได้เอาไป ภรรยาของนายพันดังกล่าวจึงได้นำมาถวายให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดที่นี่ เเต่เรื่องนี้ตนเองก็ฟังมาไม่ถนัด เพราะนั่งห่างกัน ประกอบกับท่านสวมหน้ากากอนามัยเล่า


ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้มีพระธาตุเยอะมาก ไม่รู้อันไหนจริงอันไหนปลอม เเต่หากเป็นพระอริยบุคคลที่จิตถึงจริง สัมผัสได้ก็จะสามารถรู้ได้ สิ่งที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสทำก็เป็นหนึ่งในวิธีพิสูจน์ เเต่ไม่ได้มีเขียนไว้ในพระไตรปิฎก เป็นเพียงการบอกเล่าต่อกันมาเท่านั้น ส่วนการนำพระธาตุออกมาให้ประชาชนสรงน้ำนั้น ก็ยังไม่เคยเห็นที่ไหนเขาทำกันมาก่อน

การบูชาพระธาตุก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะมาจากพระพุทธเจ้าเเละพระอรหันต์ บุคคลที่มีกิเลสน้อย เเต่การบูชาเเต่ครั้ง จะต้องมีปัญญาด้วย ว่าสิ่งที่บูชานี้ใช่พระธาตุจริงหรือไม่ เเละการกราบไหว้บูชาไม่ใช่นำมายึดติด เพราะปัจจุบันนี้กราบไหว้กันเพื่อขอโชคขอลาภกันทั้งสิ้น ไม่ได้ศรัทธาเลื่อมใสด้วยตัวพระธาตุว่ามาจากพระอรหันต์ มาจากพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ขอให้ยึดมั่นในสติปัญญา เเละยึดมั่นในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจะดีกว่า

พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นการเกณฑ์คนเข้าวัด และประสบความสำเร็จของเขา แต่ตามหลักคำสอนของพระพุทธไม่ถูกต้อง พระธาตุกับพระธรรมแบบไหนสำคัญกว่ากัน ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา เพราะฉะนั้นอย่าเอาอะไรเข้ามาบังพระธรรมหมด พระธาตุยังไงก็สู้พระธรรมไม่ได้ เพราะว่าไม่มีอยู่ในพระรัตนตรัยพระธาตุจริง ๆ ที่เชื่อมโยงกับพระพุทธเจ้าก็เป็นเศษเสี้ยวเดียว จึงอย่าเอาอะไรที่ไม่เป็นหลักเข้ามาเป็นหลัก พยายามให้คนรู้ธรรมเห็นธรรมได้ เราต้องเคารพธรรมพวกเราต้องเคารพให้ถูก อยากให้ญาติโยมระวังนิดนึงที่พระมีเทคนิคดึงคนเข้าวัดทำแบบไม่ถูกต้องความจริง เพราะอาศัยวิธีการแบบนี้ไม่ชัดเจน ต้องให้ญาติโยมระวัง อย่าเลวไปเที่ยวหลอกใคร และอย่าให้ใครมาหลอกเรา