ผบ.ทร. ยันไม่เลิกค้นหา 5 นายทหารเรือหลวงสุโขทัย หวังมีปาฏิหารย์

ผบ.ทร. ยันไม่เลิกค้นหา 5 นายทหารเรือหลวงสุโขทัย หวังมีปาฏิหารย์


ผบ.ทร. ยันไม่เลิกค้นหา 5 นายทหารเรือหลวงสุโขทัย หวังมีปาฏิหารย์ ย้ำไม่เร่งรัดคณะกรรมการสอบสวน ยึดพยานหลักฐาน ระบุยังไม่ได้คุยผู้การเรือฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ม.ค. 66 ที่ห้องชมวังอาคารราชนาวิกสภา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานพิธีมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวกำลังพล กองทัพเรือที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง โดยมีนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ประสงค์มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวกำลังพล ที่ได้รับความสูญเสียจำนวน 23 ครอบครัว ครอบครัวละ 100,000 บาท

จากนั้นพล.ร.อ.เชิงชาย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง 5 นายว่า ขณะนี้เรายังไม่เลิกหรือลดกำลังพลในการค้นหา แต่ได้ปรับแผนการค้นหาในพื้นที่ คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิต เช่น ตามเกาะแก่งต่างๆ ใช้เรือยางขนาดเล็กเข้าไปในพื้นที่ทั้ง จ.ชุมพร และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงขอสนับสนุนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ในการส่งกำลังไปช่วยดูแลและค้นหา

เมื่อถามว่า ยังหวังให้มีปาฏิหาริย์หรือไม่ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เราก็ยังหวังทางครอบครัวก็ยังหวังอยู่เช่นกัน กองทัพเรือก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการสอบสวนสาเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางในครั้งนี้ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เราตั้งคณะสอบสวนมาสองชุด โดยคณะฯแรกสอบสวนเหตุผลที่ทำให้เรืออับปาง และคณะฯสองจะสอบสวนขั้นตอนการปฏิบัติ ตั้งแต่เมื่อเรือจะจม เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการค้นหาเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ ขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่ออกมา นอกจากจะสอบสวนกำลังพลที่รอดชีวิตมาแล้ว ยังต้องสอบสวนบุคคลภายนอก เช่น เรือสินค้าและเรือน้ำมันที่เข้ามาช่วยเหลือกำลังพล ก็ต้องเข้าไปสอบสวนว่าทราบเรื่องและเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างไร ดังนั้นในขั้นตอนการสอบสวนจึงต้องใช้เวลา ตนไม่ได้เร่งรัดว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ โดยให้คณะกรรมการไปดูแนวทาง และปริมาณงานว่าต้องใช้เวลาสอบสวนเท่าไร เมื่อได้ผลการสอบสวนก็จะนำมาชี้แจงให้ทราบต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเปิดเผยว่าในวันเกิดเหตุ ไม่มีต้นกลบนเรือหลวงสุโขทัย พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ก็ต้องไปอยู่ในการสอบสวน ส่วนที่มีการเปิดเผยถึงการซ่อมเรือช่วงปี 2561 ถึง 2563 ว่ามีปัญหาก็ต้องไปอยู่ในการสอบสวนเช่นกัน ตอนนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการสอบสวนสาเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางในครั้งนี้ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เราตั้งคณะสอบสวนมาสองชุด โดยคณะฯแรกสอบสวนเหตุผลที่ทำให้เรืออับปาง และคณะฯสองจะสอบสวนขั้นตอนการปฏิบัติ ตั้งแต่เมื่อเรือจะจม เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการค้นหาเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ ขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่ออกมา นอกจากจะสอบสวนกำลังพลที่รอดชีวิตมาแล้ว ยังต้องสอบสวนบุคคลภายนอก เช่น เรือสินค้าและเรือน้ำมันที่เข้ามาช่วยเหลือกำลังพล ก็ต้องเข้าไปสอบสวนว่าทราบเรื่องและเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างไร ดังนั้นในขั้นตอนการสอบสวนจึงต้องใช้เวลา ตนไม่ได้เร่งรัดว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ โดยให้คณะกรรมการไปดูแนวทาง และปริมาณงานว่าต้องใช้เวลาสอบสวนเท่าไร เมื่อได้ผลการสอบสวนก็จะนำมาชี้แจงให้ทราบต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเปิดเผยว่าในวันเกิดเหตุ ไม่มีต้นกลบนเรือหลวงสุโขทัย พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ก็ต้องไปอยู่ในการสอบสวน ส่วนที่มีการเปิดเผยถึงการซ่อมเรือช่วงปี 2561 ถึง 2563 ว่ามีปัญหาก็ต้องไปอยู่ในการสอบสวนเช่นกัน ตอนนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้

เมื่อถามถึงกรณีการสอบสวนการว่าจะต้องมีการรับผิดถึงขั้นใดตามระเบียบราชการ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ระเบียบทางราชการที่เกี่ยวข้องคือข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ด้วยความรับผิดทางละเมิด ในกรณีที่ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย หรือสรรพาวุธได้รับความเสียหาย ซึ่งเราได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อพิจารณาความผิดทางละเมิด เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น โดยเสนอไปที่กองบัญชาการกองทัพไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการคลัง ซึ่งเรือหลวงสุโขทัยยังมีสำคัญยังมีสรรพาวุธบางส่วนที่จมไปพร้อมเรือ เช่น ลูกปืน และ วัตถุระเบิด ทั้งหมดนี้จะต้องมีการสอบสวนมูลค่าทรัพย์สินและยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำมาสู่การชดใช้ค่าเสียหาย หากเป็นการกระทำที่ทำให้สูญเสียทรัพย์สินของทางราชการ ในส่วนของกองทัพเรือมีคณะกรรมการตรวจสอบอุบัติเหตุและความเสียหาย โดยมีเจ้ากรมจเรทหารเรือเป็นผู้รักษาระเบียบ ก็จะเข้าไปดูในเรื่องของเหตุผล แนวทางแก้ปัญหา และแนวทางที่เป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้ เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก

ทั้งนี้ ผบ.ทร. กล่าวย้ำว่า การนำเสนอข้อมูลของกองทัพเรือก็ต้องเป็นข้อเท็จจริง ที่ชัดเจน ดังนั้นการนำเสนอ เช่น เขาว่าหรือปากต่อปาก ซึ่งทางราชการไม่สามารถนำเสนอได้ตามอำเภอใจ ต้องรอผลสอบสวน จากพยานที่เกิดเหตุ พยานวัตถุ มาประกอบกัน
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับผู้บังคับการเรือหลวงสุโขทัยหรือยัง พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุย เมื่อถามอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับผลการสอบสวนแล้วหรือไม่ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ก็ได้รายงานนายกรัฐมนตรีตามลำดับชั้นตลอดเวลา

ส่วนกรณีที่แฟนของพลทหารจิรวัฒน์ ธูปหอม กำลังพลที่เสียชีวิต ทราบว่าตั้งครรภ์ ภายหลังเสียชีวิต และทางญาติ อยากให้เข้ารับสิทธิ์เป็นทหารแทน

พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า มีกฎระเบียบกระทรวงชัดเจนที่จะให้สิทธิตามลำดับชั้น ไม่ว่าบุตรหลานสามีภรรยาพ่อแม่ก็จะมีชั้นของสิทธิอยู่ อยู่ที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตว่าจะใช้สิทธิส่วนไหน
ด้าน พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเล นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพเรือ โดยขณะนี้มีกำลังพลเสียชีวิตรวม 24 นาย ในจำนวนนี้สามารถระบุชื่อได้แล้ว 23 นาย และสูญหาย 5 นาย ทั้งนี้ในส่วนของสิทธิกำลังพลและการให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบนั้น ทางกองทัพเรือ โดย ผบ.ทร.มีความเป็นห่วงครอบครัวกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต รวมถึงกำลังพลที่ยังคงสูญหายเป็นอย่างมาก โดยได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิกำลังพลดำเนินการ เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวของกำลังพลในด้านต่างๆ ตามระเบียบข้อบังคับอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันกำลังดำเนินการเตรียมมอบเงินช่วยเหลือแก่ทายาทผู้สูญเสีย ประกอบด้วยเงินจากกองทุนน้ำใจไทย เพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ เงินประกันภัยหมู่กองทัพเรือ เงินสวัสดิการกองทัพเรือ และเงินฌาปนกิจกองทัพเรือสำหรับท่านที่เป็นสมาชิก และอีกส่วนหนึ่งที่จะมอบต่อไปคือเงินตามสิทธิด้านกำลังพล เช่น เงินช่วยพิเศษ บำเหน็จตกทอด และบำนาญพิเศษ ทั้งนี้เป็นไปตามสิทธิด้านกำลังพลของกำลังพลแต่ละราย โดยมีขั้นตอนการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนด กองทัพเรือจะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

พล.ร.อ.ปกครอง กล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้กองทัพเรือก็ยังคงดำเนินการค้นหากำลังพลที่สูญหายอีก 5 นายต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามแนวชายฝั่ง ซึ่งชุดปฏิบัติการพิเศษของ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ได้แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุดประกอบด้วย ชุดค้นหาใต้น้ำ ชุดค้นหาผิวน้ำ และชุดค้นหาบนเกาะ ปูพรมค้นหา ตามเกาะต่างๆ ในพื้นที่ จ.ชุมพร รวมถึงอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ซึ่งมีเกาะทั้งหมด 32 เกาะ ปัจจุบันทำการสำรวจไปแล้ว 24 เกาะ เหลือเกาะที่ยังไม่ได้ทำการสำรวจ 8 เกาะ วันนี้จะเข้าทำการสำรวจ อีก 8 เกาะที่เหลือ ประกอบด้วย เกาะคางเสือ เกาะรังห้า เกาะมะพร้าว เกาะยอ เกาะขี้นก เกาะรางบรรทัด เกาะคราม และเกาะพิทักษ์ หากเป็นไปตามแผนก็จะทำการสำรวจครบทุกเกาะของ จ.ชุมพรได้ในวันนี้ ในขณะที่กำลังของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาคที่ 1 หรือ ศรชล.ภาค 1 ยังคงวางกำลังในพื้นที่ค้นหา ตั้งแต่ท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึง อ.หลังสวน จ.ชุมพร โดยมุ่งเน้นการสำรวจตามชายหาดและโดยรอบเกาะต่างๆ ผลการปฏิบัติจนถึงขณะนี้ (วันที่ 3 ม.ค.66 เวลา 11.00 น.) ยังไม่มีการพบผู้สูญหายเพิ่ม