ส่อเงื่อนงำตร.ดวลปืนคนคลั่งเจอสาวใหญ่นอนตาย ลูกโวยกระสุนฝังอ้างรถล้ม (คลิป)

ส่อเงื่อนงำตร.ดวลปืนคนคลั่งเจอสาวใหญ่นอนตาย ลูกโวยกระสุนฝังอ้างรถล้ม (คลิป)


จากกรณี ลูกชายของนางสมนึก ชาญเชี่ยว อายุ 56 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังแม่ของตนเองถูกยิงเข้าราวนมซ้าย 1 นัดเสียชีวิต ขณะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปหาญาติภายในหมู่บ้าน ม.10 ต.โคกจาน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ช่วง 6 โมงเช้า เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.65 โดยตอนแรกที่ทราบข่าว ญาติบอกว่าแม่ประสบอุบัติเหตุขี่มอเตอร์ไซค์รถคันเร่งค้างและพุ่งชนกำแพงบ้านชาวบ้านคอหักเสียชีวิตเอง แต่ลูกชายคาใจเพราะแม่ไม่ได้เป็นคนขี่รถเร็ว จึงเดินทางจาก จ.ชลบุรี เพื่อมาดูศพแม่ และได้เห็นภาพถ่ายขณะที่แม่เสียชีวิตพบพิรุธหลายอย่าง


ประกอบกับเมื่อไปถึงหมู่บ้านช่วงเย็น ยังมาทราบว่าใกล้กับจุดเกิดเหตุที่แม่ขี่รถชนกำแพงเสียชีวิต ช่วงเย็นของวันเดียวกันเกิดเหตุ นายเทียม พันธ์สุข อายุ 42 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของแม่ เครือญาติกัน ก่อเหตุคลุ้มคลั่งใช้ปืนลูกโม่ .38 ถือปืนยิงใส่ชาวบ้าน


ซึ่งต่อมา ตำรวจ สภ.โคกจาน ที่มี ด.ต.พิชิต คูณเมือง ผบ.หมู่ (สส.) อายุ 52 ปี เดินทางไประงับเหตุก็ถูก นายเทียม ยิงจนบาดเจ็บ ซึ่ง ด.ต.พิชิต ได้ยิงตอบโต้จนนายเทียมบาดเจ็บเช่นกัน ทำให้ลูกชายของผู้เสียชีวิต เชื่อว่าแม่อาจจะถูกนายเทียมที่คลุ้มคลั่งยิงเสียชีวิตขณะเดินทางไปหาญาติซึ่งอยู่บ้านใกล้กัน ก่อนที่จะขี่รถหนีไปตายห่างจากจุดที่ถูกยิงประมาณ 50 เมตร ก็เป็นไปได้ ประกอบกับผลชันสูตรที่ออกมาล่าสุดของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ระบุว่าแม่ถูกอาวุธปืนยิงเข้าใต้รางนมซ้ายหนึ่งนัดทำให้เสียชีวิต ไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุขี่รถชนกำแพงขอหักตายแต่อย่างใด


ล่าสุดวันที่ 6 ธ.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปสอบถามลูกชายของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน เล่าว่า พวกตนเองทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี เมื่อวานนี้ช่วง 7 โมงเช้า มีน้าสาวโทรศัพท์มาแจ้งว่าแม่ถูกยิง จึงได้เดินทางจาก จ.ชลบุรี มาถึงบ้าน อ.ตระการพืชผล เพื่อมาดูที่เกิดเหตุ แต่เมื่อมาถึงพบว่าจุดที่แม่ถูกยิงอยู่ห่างจากบ้านญาติไม่ถึง 50 เมตร ซึ่งทราบว่าแม่ตั้งใจจะขี่รถมอเตอร์เไซค์ไปชวนญาติคนหนึ่งไปทำบุญในวันพ่อ

และเมื่อตนเองไปถึงงานศพของแม่ ได้ยินชาวบ้านพูดมาว่าแม่ถูกยิงไม่ใช่อุบัติเหตุ ซึ่งพวกตนเองก็แปลกใจเพราะว่า ญาติที่รู้จักกันทุกคนต่างบอกว่า แม่ประสบอุบัติเหตุรถชนคอหักตายเอง และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อไปถึง สภ.โคกจาน ก็ยังได้ยินตำรวจพูดว่า มีคนคลุ้มคลั่งยิงกับตำรวจตอนช่วงเย็นอีก ตนเองจึงขอดูภาพจากตำรวจว่าชายคลุ้มคลั่งเป็นใครและยิงกันที่ไหน ปรากฎว่าจุดที่เกิดเหตุ อยู่ใกล้จุดที่แม่ขี่รถไปเสียชีวิต จึงสันนิษฐานว่าแม่ไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

ซึ่งตำรวจได้ลงบันทึกไว้แต่แรก เพราะญาติคนอื่น ๆ ไม่ติดใจเอาความ และกำลังจะเตรียมงานเผาแม่ตัวเองไปแล้ว จึงอยากมาพิสูจน์ความจริง โดยการนำศพแม่กลับจากงานศพเพื่อมาชันสูตรศพ จากผลการชันสูตรเบื้องต้น แพทย์ระบุว่า แม่ถูกยิงที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย 1 นัด และโดนยิงที่ข้อมือพับ ซึ่งคาดว่าแม่ของพวกตนเอง อาจจะถูกนายเทียม ยิงตั้งแค่ช่วงเช้า ขณะขี่รถไปหาญาติมากกว่า ก่อนจะพยายามขี่รถหนีแต่ทนเจ็บไม่ไหว จึงขับรถเสียหลักพุ่งชนกำแพง

โดยพวกตนเองอยากขอความเป็นธรรมให้กับแม่ตัวเองด้วย และอยากถามไปถึงตำรวจว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเขียนสำนวนว่าแม่ของตนเองประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งเพิ่งจะมาขีดเส้นเพื่อแก้ทีหลังว่าไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุ

และแพทย์เวรที่มาชันสูตรศพแม่ที่เกิดเหตุไม่รู้เลยหรือว่าแม่ถูกยิง ขนาดพวกตนเองมองด้วยตายังรู้เลย เพราะเลือดไหลเต็มเสื้อขนาดนั้น ที่หัวแทบไม่มีบาดแผลแถมร่องรอยการชนก็ไม่รุนแรงเลยด้วยซ้ำ ตะกร้าหน้ารถบุบนิดเดียว แม่ตนเองจะขี่รถชนกำแพงตาย เป็นไปไม่ได้เลย ซึ่งพวกตัวเองอยากได้รับคำชี้แจงทั้งหมด

ต่อมาทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปจุดเกิดเหตุ ได้คุยกับ น.ส.บังอร เนาวมันต์ 43 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เล่าให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุจึงวิ่งมาดู ปรากฏว่าผู้ตายนอนถูกรถจักรยานยนต์ทับอยู่ข้างกำแพงบ้าน จึงออกมาช่วยนำรถจักรยานยนต์ออกจากตัวผู้ตาย


จากนั้นก็มีเพื่อนบ้านมาช่วยกันปฐมพยาบาลและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ ตอนนั้นผู้ตายยังมีชีพจรอยู่และเห็นบาดแผลที่ศีรษะเล็กน้อย ตอนแรกนึกว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนจนทำให้เสียชีวิต แต่จากนั้นตนเองได้สังเกตเห็นเลือดออกที่หน้าอก แต่ไม่ได้เอะใจว่าถูกยิงนึกว่าถูกแฮนด์รถรถแทงที่หน้าอก เพราะช่วงเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงปืน

มาได้ยินปืนอีกทีตอนประมาณช่วง 4 โมงเย็น ที่ญาตินิมนต์พระมาเชิญวิญญาณของผู้ตายก็เห็น นายเทียม ยิงปืนมาใส่กลุ่มญาติและพระ 3 นัด แต่เสียงปืนไม่ดังมาก ทุกคนต่างวิ่งหลบหนีกระเจิง ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่านายเทียม เป็นคนยิงผู้เสียชีวิตเพิ่งจะมาทราบทีหลังตอนที่ลูกชายของผู้ตายส่งศพไปฉันชันสูตร ว่าสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเพราะถูกยิง จากนั้นช่วงเย็นวันเดียวกันตำรวจก็เดินทางมาระงับเหตุ แต่ถูกผู้ก่อเหตุยิงตอบโต้จึงมีการต่อสู้กันจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย


ขณะเดียวกัน ทีมข่าวเดินทางไปพบกับ นางยุพิน ทองโรจน์ อายุ 40 ปี ภรรยาของ นายเทียม ผู้ก่อเหตุ เล่าว่าเมื่อวานนี้ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. ตนเองได้ออกไปทำงานทำสวนนอกบ้าน ปล่อยให้สามีอยู่บ้านลำพัง จากนั้นได้กลับมาที่บ้านเวลาประมาณ 8 โมงเช้า เพิ่งมาทราบข่าวว่า นางสมนึก ซึ่งเป็นญาติ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตรถชนกำแพงเสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นสามีของตนเองก็นั่งอยู่ภายในบ้านทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


จากนั้นตนเองได้นั่งกินข้าวภายในบ้านสักพัก และได้ออกจากบ้านไปทำงานต่อเวลา 9 โมงเช้า เมื่อทราบข่าวอีกทีช่วงเย็นที่สามีคลุ้มคลั่งยิงชาวบ้านและตำรวจจนบาดเจ็บ


ตนเองยืนยันว่า สามีของตนเองป่วยทางจิตและเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมาแล้ว แต่ที่ผ่านมาสามีไม่เคยก่อเรื่องทำร้ายใคร ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าสามีไม่ได้เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงนางสมนึกอย่างที่ลูกชายของผู้เสียชีวิตกล่าวหา