แก๊ง 25 หนุ่ม โต้รุมโทรมสาวกลางป่า แฉภาพลับคนพกถุงยาง งงแค่นั่งดูหนังสดดันติดคุก (คลิป)

แก๊ง 25 หนุ่ม โต้รุมโทรมสาวกลางป่า แฉภาพลับคนพกถุงยาง งงแค่นั่งดูหนังสดดันติดคุก (คลิป)


วันที่ 8 ธ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.เจี๊ยบ (นามสมมติ) ถูกลวงไปให้ทรชน 21 คน กระทำอนาจาร ตามที่อมรินทร์ ทีวี นำเสนอไปเมื่อวานนี้ ล่าสุดมีความคืบหน้าทางคดี ตามรายงานของตำรวจว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วจำนวน 6 คนแล้ว คือ 1.นายมลชัย อายุ 28 ปี, 2.นายสมพงศ์ อายุ 26 ปี, 3.นายภาสกรณ์ อายุ 24 ปี และคนที่ 4-6 ยังไม่ทราบชื่อจริง ซึ่ง 6 คนนี้มีผู้ใหญ่บ้านประสานกับตำรวจขอนำตัวมาส่ง


ส่วนอีก 13 คน ไม่รวม นายเท่ กับ นายสาม ที่ตำรวจเรียกมาสอบปากคำเมื่อวานนี้ ทางตำรวจสืบทราบมาว่า เป็นบุคคลที่เป็นชาวดอยและอยู่ระหว่างนำรูปส่งไปให้ ด.ญ.เจี๊ยบ ชี้ตัว หากพบว่าใน 13 คน ตรงกันกับภาพที่ส่งไปให้ ด.ญ.เจี๊ยบ ชี้ ก็จะมีการนำกำลังไปควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพักในวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกัน


จากนั้นตำรวจไปได้ข้อมูลมาว่า นอกจาก 21 คน ที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ด.ญ.เจี๊ยบ ยังเคยถูกนักเรียนชายในพื้นที่ล่วงละเมิดทางเพศอีก 4 คน


ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ ตำรวจได้ไปรับตัวเด็กชายทั้ง 4 คน มาสอบปากคำที่โรงพัก โดยบรรยากาศในการสอบปากคำทั้ง 4 คน ให้การกับตำรวจว่า เคยไปมีอะไรกับน้องเจี๊ยบจริงแต่ไม่ได้มีการรุมโทรม


และทั้งหมด 4 คน ก็มีแค่ 2 คน ที่เคยไปมีอะไรกับน้องเจี๊ยบ ส่วนอีก 2 คนอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้ทำอนาจารนั่งเล่นว่าวอย่างเดียว และการไปมีอะไรกันกับน้องเจี๊ยบทุกครั้ง เป็นการถูก นายเท่ ชักชวนไป สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่ามีการกินเหล้า แต่ไม่ได้มีใครบังคับหรือข่มขืนน้องเจี๊ยบ


โดยวันนี้ หลังจากทางผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 4 คน ทราบข่าวว่า ตำรวจเชิญตัวลูกหลานมาสอบปากคำ ก็มีการแห่กันมาที่โรงพัก จนตำรวจต้องเรียกขึ้นไปในห้องประชุมเพื่อทำความเข้าใจว่า ลูกหลานของผู้ปกครองยอมรับว่าไปมีอะไรกับน้องเจี๊ยบ ถึงจะสมยอมก็ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ เนื่องจากน้องเจี๊ยบยังอายุไม่ถึง 15 ปี


ขณะเดียวกันทีมข่าว ได้หลักฐานจากมือถือของน้องเจี๊ยบ ซึ่งหลังฐานทั้งหมดจะมีทั้งภาพที่น้องเจี๊ยบเคยไปถ่ายภาพร่วมกับเพื่อนในจุดเกิดเหตุที่ไปชี้จุด 4 จุดเมื่อวานนี้ และภาพที่น้องเจี๊ยบเคยไปถ่ายกับผู้ชายในจุดเกิดเหตุที่เป็นป่าหลายภาพ และยังมีภาพที่ถ่ายกับเพื่อนในขณะที่กำลังยืนถือกล่องถุงยางกันอยู่


ซึ่งวันนี้หลังจากมีการส่งตัวเด็กทั้งหมดขึ้นรถตู้ เพื่อนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มบ้านพักเด็กเชียงใหม่ ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางจัน (นามสมมติ) อายุ 53 ปี เป็นแม่ของเด็กอายุ 16 ปี ที่ถูกกล่าวหา ที่ยอมรับกับตำรวจว่าเคยไปมีอะไรกับน้องเจี๊ยบ บอกว่าวันนี้เสียใจมาก ที่ลูกชายถูกตำรวจเชิญตัวมาสอบ

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกชายยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนเริ่มชวนน้องเจี๊ยบไปมีเพศสัมพันธ์ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝ่ายหญิงที่ชักชวนลูกชายออกจากหอ และลูกชายก็ยังบอกอีกว่า เท่าที่รู้น้องเจี๊ยบมีอะไรกับคนอื่นอีกเยอะ เข้าใจว่าสิ่งที่ลูกชายทำลงไปมันผิด แต่ทางกลับกัน ทำไมตำรวจถึงไม่เข้าใจว่า ลูกชายนอนอยู่หอดี ๆ แล้วถูกฝ่ายหญิงชวนออกไปมีอะไรเองบ้าง ยืนยันลูกชายไม่เคยไปข่มขืนใคร มีแต่ฝ่ายหญิงที่ชวนลูกชายออกไปเสียตัว ตอนนี้สภาพจิตใจครอบครัวก็แย่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามว่าจะมีการไปพูดคุยกับผู้ปกครองฝ่ายหญิงหรือไกล่เกลี่ยกันหรือไม่ ยืนยันว่าไม่ไปไม่อยากคุย

ด้าน นายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นพี่ชายของหนึ่งในนักเรียนชายที่ถูกตำรวจสอบปากคำ บอกว่า เมื่อเช้านี้หลังทราบว่าน้องชายถูกตำรวจเชิญตัวมาโรงพัก เรื่องของน้องเจี๊ยบ ก็รู้สึกตกใจ ซึ่งน้องชายพักอยู่ที่หอของโรงเรียน จะกลับบ้านแค่วันศุกร์และวันเสาร์ ทางครอบครัวจึงไม่รู้ว่าออกไปก่อเหตุกับเพื่อนตอนไหน

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้องชายยืนยันว่าไม่ได้ไปมีอะไรกับน้องเจี๊ยบ แต่อยู่ในเหตุการณ์จริง ที่ต้องเอาตัวเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ก็เพราะว่าเพื่อนของน้องที่ชื่อ นายเท่ ให้ขับรถไปส่ง ส่วนตัวและน้องชายยืนยันว่ารู้จักกับ นายเท่ แต่รู้จักกันในฐานะคนรู้จักในหมู่บ้านเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยเตือนน้องชายแล้วแต่น้องชายไม่เคยฟัง

ในขณะที่เวลาประมาณ 10.00 น. มีคุณครูในพื้นที่จาก 5 โรงเรียน ทยอยพาเด็กนักเรียนที่เป็นผู้เสียหาย โดยมีอายุตั้งแต่ 12 ปี ถึง 18 ปี ทั้งหมด 5 คน เข้ามาพบกับตำรวจ ซึ่งผู้เสียหายทั้ง 5 คนตามข้อมูล จะถูกแบ่งกันเป็น 2 คดี คือคดีที่ 1.น.ส.ตั๊ก อายุ 18 ปี และ ด.ญ.ไอศกรีม อายุ 14 ปี ตามคำให้การ เด็กทั้งสองคนให้ข้อมูลกับตำรวจว่าเคยถูก นายศุภกฤต สุวพักตร์พิไลมาน หรือ นายโอ๊ต อายุ 29 ปี และ นายศรัญญู ติ๊บปะยะ อายุ 33 ปี หรือ นายแม็ค ที่เป็นผู้จัดการบริษัทหรือเป็นหัวหน้าของนายโอ๊ต ล่อลวงไปกินหมูกระทะ ก่อนจะพาไปล่วงละเมิดทางเพศในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้น


หลังจากตำรวจได้ข้อมูลจาก น.ส.ตั๊ก และ ด.ญ.ไอศกรีม พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่เป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการลงพื้นที่ร่วมกับ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา พา น.ส.ตั๊ก ขึ้นรถไปชี้จุดเกิดเหตุที่ระบุว่าถูกนายโอ๊ตและนายแม็คล่อลวงไปกินหมูกระทะ และพาเข้ารีสอร์ตเพื่อล่วงละเมิดทางเพศ โดยรีสอร์ตดังกล่าวมีลักษณะเป็นห้องพักแบบไม้อยู่ติด ๆ กัน ซึ่งห้องแรกที่ น.ส.ตั๊ก ชี้คือห้องเบอร์ 4 ซึ่งระบุเป็นห้องที่นายโอ๊ตพา น.ส.ตั๊ก เข้าไป ส่วนห้องถันไปเป็นห้องเบอร์ 5 น.ส.ตั๊ก ชี้ว่า คืนดังกล่าว ด.ญ.ไอศกรีม เข้าไปหลับนอนกับนายแม็ค


ต่อมาหลังจากชี้จุดเสร็จ รองผู้การและพนักงานสอบสวน ได้เดินไปพบกับ นายวิทย์ อายุ 38 ปี ที่เป็นเจ้าของรีสอร์ต เพื่อสอบถามข้อมูลว่า คืนเกิดเหตุรู้เรื่องหรือไม่ว่าในรีสอร์ตมีผู้ใหญ่พาเด็กเข้ามาก่อเหตุ แล้วรู้หรือไม่ว่าการที่เด็กเข้ามาพักในรีสอร์ตโดยไม่ได้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครองมันมีความผิด

ซึ่งทาง นายวิทย์ ยืนยันว่าคืนเกิดเหตุหรือคืนอื่น ๆ หากมีการโทรจองห้องพักในช่วงกลางดึกจะไม่มีการลงบันทึกผู้เข้าพักและจะมีการนำกุณแจไปเสียบไว้ที่ห้องเท่านั้น และขอยืนยันว่าตนเองไม่เคยรู้จักกับนายโอ๊ตและนายแม็คมาก่อน และคืนเกิดเหตุก็ไม่รู้ว่าใครเข้ามาใช้บริการห้องพักบ้าง

โดยวันนี้ทีมข่าวได้สอบถามกับ นายวิทย์ เพิ่มเติมได้ยืนยันตามที่ให้การกับตำรวจเหมือนเดิมว่า ไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจำไม่ได้ว่าเด็กที่มาชี้จุดเข้ามาพักกับผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ปกครองวันไหน แต่ยอมรับว่า รีสอร์ตละหลวมจริง ๆ กับการต้อนรับลูกค้า โดยไม่มีการบันทึกข้อมูล เพราะก่อนหน้านี้ในพื้นที่อยู่กันอย่างสงบ ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ส่วนตัวไม่รู้จักกับนายโอ๊ตและนายแม็ค แต่รู้จักกับ น.ส.แพม กับ น.ส.ยู เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่เดียวกัน ยืนยันตั้งแต่เปิดรีสอร์ตมาไม่เคยปล่อยให้เด็กเข้ามาตามลำพังมาก่อน