“ธรรมศักดิ์” ดาราอาวุโสเปิดปากโต้ชนแล้วหนี ข้องใจบีบเรียกค่าเสียหายกะหวังรวย (คลิป)

“ธรรมศักดิ์” ดาราอาวุโสเปิดปากโต้ชนแล้วหนี ข้องใจบีบเรียกค่าเสียหายกะหวังรวย (คลิป)


จากกรณีนายสุพร ดิษฐ์เล็ก อายุ 61 ปี เข้าร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกรถของดาราอาวุโส หนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ชนแล้วหนี มีพลเมืองดีตามทัน เสียค่าซ่อมรถค่ารักษาพยาบาลกว่า 7 หมื่นบาท สุดท้ายไม่มาเยียวยา โดยทราบว่าดาราอาวุโสคนดังกล่าวคือ “ธรรมศักดิ์ สุริยน”


นายสุพร เล่าว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 65 เวลาประมาณ 17.30 น. ตนเลิกงานกำลังจะกลับบ้านที่บางบัวทอง ใช้เส้นทางถนนราชพฤกษ์จากตลิ่งชัน มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์ พอมาถึงทางลอดใต้วงเวียนพระราม 5 ตอนนั้นวิ่งเลน 2 ตามคลิป เพราะช่องทางแรกมาเศษทรายเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ขับไปได้ซักพักรู้สึกเหมือนมาอะไรมาชนท้ายรถ ทำให้รถล้ม แต่คู่กรณีไม่ได้จอดรถลงมาดู


ระหว่างที่กู้ภัยกำลังทำแผลอยู่ที่เกิดเหตุมีพลเมืองดีมาบอกว่าตามรถคันที่ชนได้ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นกู้ภัยได้พาไปเจอรถคู่กรณีซึ่งเป็นรถยนต์เบนซ์ โดยตอนนั้นมีชายคนหนึ่งเดินมาเปิดกระจกรถกู้ภัย พร้อมแนะนำตัวเองว่าเป็นดารา บอกให้แจ้งตำรวจ ให้กู้ภัยพาไปรักษาก่อน เดี๋ยวจะมารับผิดชอบภายหลัง ตอนนั้นคิดว่าเขาคงรับผิดชอบจริง เพราะเขาเป็นคนมีชื่อเสีย คงไม่หนี จากนั้นกู้ภัยได้พาตนเองส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศ มีบาดแผลถลอกตามแขนและขา ข้อศอกกระดูกโผล่ออกมา ระหว่างที่นอนอยู่โรงพยาบาล ก็ไม่เคยเห็นเขามาเยี่ยมแต่อย่างใด

สำหรับยอดค่ารักษาเบื้องต้น 25,000 บาท เมื่อเขารู้ว่าเราอยู่โรงพยาบาลเอกชน ก็ถามกลับมาว่าทำไมตนเองต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลเอกชน ทำไมไม่เข้าโรงพยาบาลรัฐบาล หาว่าตัวเองหัวหมอ เขายังพูดท้าทายให้ฟ้องร้องค่าเสียหายเอาเอง ระวังจะไม่ได้อะไร หลังเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ ตนเองพอจะเดินได้พนักงานสอบสวนได้เรียกตนเองและคู่กรณีไปเจรจากันที่ สภ.บางกรวย ถึง 5 ครั้ง ซึ่ง 3 ครั้งแรกคู่กรณีไม่ยอมมา จนเจ้าหน้าที่ต้องออกหมายเรียก แต่ก็ยังไม่ยอมมาอีก ตำรวจบอกว่าถ้าไม่มาอีกก็จะออกหมายจับ เขาถึงยอมมา ซึ่งตอนนั้นมีการเจรจาค่าเสียหายโดยยอมชดใช้ให้ 30,000 บาท แต่ตกลงกันไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาต้องซ่อมรถจักรยานยนต์ไปกว่า 25,000 บาท และค่ารักษาอีกกว่า 50,000 บาท ซึ่งตนมองว่าไม่พอ

ที่มาร้องเพจสายไหมก็แค่อยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ บอกจะชดใช้ค่าเสียหาย เวลาผ่านไปกว่า 1 เดือน กลับไม่มาเยี่ยวยา ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้ เรื่องเงินตนไม่ได้เรียกร้องมาก แค่มารับผิดชอบส่วนที่เสียไปก็พอ แต่ที่ต้องมาร้องเพราะเขาไม่เคยสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย ในส่วนคดีความเบื้องต้นทราบว่าเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ทรัพสินเสียหาย และชนแล้วหนี ซึ่งในส่วนนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย

วันที่ 10 ธ.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์กับ “ธรรมศักดิ์ สุริยน” เปิดเผยว่า เรื่องการขับรถชนนั้น ที่ตนเองขับรถกลับบ้าน และคดีความตอนนี้มีปัญหาอยู่ ทางคู่กรณีเขาขอเงิน 1 แสนบาท ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเฉี่ยวชนหรือเขาเฉี่ยวตนก็ไม่รู้ เพราะเกิดเหตุตอนเย็น ตนกำลังจะกลับบ้าน เกิดเหตุเฉี่ยวกันรถก็เป็นรอยนิดหน่อย แต่ทางคู่กรณีเขาก็อาจจะล้มไป พอขับไปสักพักก็มีพลเมืองดีมาจอดรถ บอกตนว่าลุงขับรถเฉี่ยวมอเตอร์ไซค์ ตนก็เลยจอดแล้วก็ยืนพูดคุยกับเขา ซึ่งเลยจากจุดเกิดเหตุมาเยอะเหมือนกัน

จากนั้น ก็มีมอเตอร์ไซค์เป็นรถกู้ภัย มาคุยกับตนอีก ตนจอดรถอยู่เป็นชั่วโมง และได้พบกับคู่กรณีที่นอนมาในรถตู้ของกู้ภัย มีผ้าพันแผล และมีแผลนิดหน่อย ซึ่งเขาก็จำได้ว่าตนเป็นนักแสดง จึงคุยกันว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องแจ้งความ ค่าใช้จ่ายตนจะดูแลให้ เพราะเขาเจ็บ จากนั้นก็แยกและกลับบ้าน พอตนกลับถึงบ้านก็ได้รับสายโทรศัพท์จากภรรยาของคู่กรณี ที่โทรมาบอกว่า “ลุงเมาด้วย” ซึ่งเขาไม่ได้เป็นคนเห็นว่าตนเมาหรือเปล่า และจริง ๆ แล้วตนไปกินข้าวกับลูกจะไปเมาได้อย่างไร เขาก็บอกว่าจะไปแจ้งความเพราะค่ารักษาตั้ง 20,000-30,000 บาท ตนยังบอกเขาว่าทำไมแพง สักพักก็หายกันไป ต่อมาหลังจากนั้น 4-5 วันเขาก็ไปแจ้งความ และบอกว่าตนชนแล้วหนี ซึ่งถ้าตนหนีจริงก็คงไม่ได้เจอเขา แต่ตนไม่ได้หนี ตนจอดรออยู่นาน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้โทรมาสอบถามตนก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง

ซึ่งเมื่อ 2-3 วันที่แล้วตนก็เพิ่งไปโรงพักมา คู่กรณีก็ได้เรียกเงิน บอกว่าเขามีรายได้วันละ 2,000 บาท ถ้าเป็นวันที่เกิดเหตุเราก็ยินดีจ่ายให้เป็นค่าทำแผล ค่าซ่อมรถ เราก็คิดว่าไม่น่าจะเกิน 50,000 บาท ก็จะจ่ายให้ แต่ทางเขาก็ไม่เอา อาจจะเห็นว่าตนขับรถเบนซ์ และเป็นดาราก็คงจะเรียกเงินหวังให้รวยไปเลย แล้วบนโรงพักตนก็พูดกับเขาว่าจะเอาให้รวยเลยเหรอ


และอีกไม่กี่วันทางตำรวจก็นัดมาไกล่เกลี่ย เขาก็บอกว่าขอค่าทำขวัญเยอะ ตนก็บอกตำรวจเลยว่าจะเอาให้รวยเลยเหรอ และพอเขาพูดเยอะ ตนก็เลยเงียบ ทางคู่กรณีก็เอาทนายมาบอกจะไปแจ้งความฟ้องศาล ตนก็โอเค ก็เซ็นเอกสารยอมรับว่าเฉี่ยวชน แต่ว่าตนไม่ได้หนี ทางตำรวจก็ขอซิมการ์ดกล้องหน้ารถไปก็ต้องรอดู ส่วนค่าเสียหายถ้าตกลงวันนั้น ก็จะให้รถซ่อมไม่ถึง 20,000-30,000 บาทตนก็จะให้ เพราะเขาไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย เขาเดินได้แล้ว แต่จะขอเป็นแสน ซึ่งค่ารักษาประกัน พ.ร.บ. ต้องออกให้อยู่แล้ว เพราะเขาคุ้มครองวันละ 500 บาท คู่กรณีอาจจะมองว่าน้อยไป ทางประกันเขาก็ตีไม่เกิน 20,000 บาท


ส่วนที่ทางคู่กรณีบอกว่าติดต่อตนไม่ได้ ทำไมจะติดต่อไม่ได้ ก็ไปเจอมา 2 รอบแล้ว แต่ที่ตนไม่ได้ไปตามนัดตอนนั้น เพราะติดถ่ายละคร ไม่ได้ไปแค่ครั้งเดียว แต่วันรุ่งขึ้นก็ได้เดินทางไป ไม่ได้เป็นเรื่องอะไรขนาดนั้น ซึ่งตนก็จะแจ้งความกลับเช่นเดียวกันที่ว่าเขาแจ้งความเท็จหาว่าตนหนี เพราะเราก็อยู่เจอกู้ภัยและคู่กรณีที่นอนอยู่บนรถด้วย เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรเยอะก็เลยบอกว่าถ้างั้นไม่เป็นไรไม่ต้องไปแจ้งความก็ได้ ถ้าเมียของเขาไม่ได้โทรมาหาว่าเราเมา เราก็คงจะไม่โกรธขนาดนี้ เมียเขายังไม่ทันเห็นหน้าเราเลย แล้วเราก็ไม่เคยหนีไปไหน เราเป็นดารา ไปไหนใครก็จำได้อยู่แล้ว ไม่เคยทำผิดกฎหมาย อยู่ในวงการนี้มา 50-60 ปี แต่เขาคงเห็นว่าเรารวย ก็เลยจะเรียกเงินเยอะ ส่วนเรื่องความคืบหน้าคดีประมาณเดือนหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำเรื่องขึ้นศาล ตนก็จะไปปรึกษาทนายด้วย ถ้าคุยกันได้ 50,000 บาท ก็จบไปตั้งแต่แรกแล้ว