แฉกลร้านทองแจ้งจับลูกค้า อ้างทองปลอม สุดงงจำนำ 2 รอบไม่ท้วง พ้น 16 วันดันบอกผิด (คลิป)

แฉกลร้านทองแจ้งจับลูกค้า อ้างทองปลอม สุดงงจำนำ 2 รอบไม่ท้วง พ้น 16 วันดันบอกผิด (คลิป)


จากกรณีที่มีหญิงสาวผู้เสียหาย โพสต์คลิปเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังเจ้าตัวโดนเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แจ้งความกล่าวหาว่าเจ้าตัวนั้นนำทองคำรูปพรรณปลอมไปขาย ทั้งที่เหตุการณ์การซื้อหายผ่านพ้นมานานกว่า 16 วัน ทำให้ทางเจ้าตัวเองเลยสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร ทั้งที่เจ้าตัวเองมีหลักฐานการซื้อขายทองเส้นนั้น และเคยมีประวัติเอาทองเส้นดังกล่าวไปจำนำที่ร้านที่มีปัญหามาก่อน อีกทั้งในช่วงที่มีการเอาทองไปขายทางร้านก็มีการทดสอบตรวจสอบเป็นชั่วโมง ถึงจะมีการซื้อขาย


ล่าสุด 10 ธ.ค. 65 น.ส.พรรณกาญจน์ พรหมชาติ อายุ 29 ปี ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากสร้อยคอทองคำจำนวน 2 สลึง ตนเองได้ชื้อมาในร้านทองที่ จ.ชุมพร ช่วงประมาณวันที่ 31 ส.ค. 64 หลังจากนั้นก็ได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพราะตั้งท้อง ผ่านไปกระทั่งประมาณช่วงวันที่ 31 พ.ค. 65 ตอนนั้นตนเองใกล้จะคลอดลูก จำเป็นจะหาเงินไปจ่ายค่าตลอด ตัดสินใจเดินทางไปร้านทองที่มีปัญหา ก่อนจะมีการนำทองไปจำนำไว้ที่ร้านดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 13,400 บาท


ผ่านไปประมาณ 2 เดือนช่วงประมาณวันที่ 20 ก.ค. 65 ตนเองคลอดลูกเสร็จได้เงินจากประกันสังคม ตัดสินใจไปไถ่ทองคำคืนในวันดังกล่าว พร้อมมีการจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหา ตนตรวจสอบแล้วก็เห็นว่าเป็นเส้นเดิม ไม่ได้สงสัยอะไร ก็ใส่ตามปกติ


กระทั่งผ่านไปอีกประมาณ 2 เดือน ด้วยความที่ตนเองจำเป็นต้องใช้เงิน เลยตัดสินใจนำสร้อยคอทองคำเส้นเดิมไปยังร้านเดิมเพื่อทำการลดขนาดสร้อยจาก 2 สลึง เป็น 1 สลึง ในวันที่ 13 ก.ย. 65 โดยวันนั้นเองทางร้านได้มีการตรวจสอบตามขั้นตอนทั้งการพ่นไฟ และดูน้ำหนักของทอง ตามกระบวนการรับชื้อทอง ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนตนจะได้ทองคำเส้นใหม่ 1 สลึง พร้อมเงินส่วนต่างประมาณ 5,000 กว่าบาท ก่อนจะเดินทางกลับบ้านตามปกติ


หลังจากนั้นวันที่ 29 ก.ย. 65 ผ่านไป 16 วัน ทางพนักงานของร้านได้ติดต่อมาผ่านทางโทรศัพท์ บอกว่าให้ตนรีบไปเคลียร์ที่ร้านเพราะทองคำที่เอามาขายนั้นเป็นของปลอม หากไม่อยากมีปัญหาหรือเป็นคดีความใหญ่ให้รีบติดต่อกลับมา ซึ่งตนเองก็ได้ปรึกษากับทางทนายความที่รู้จัก บอกว่าหากเรายืนยันว่าบริสุทธิ์ใจก็ให้สู้ พร้อมไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่าศาลา ในวันดังกล่าวเช่นเดียวกัน เพราะตนยืนยันว่าไม่ได้ผิด


ต่อมาวันที่ 1 ต.ค. 65 ก็ได้มีหนังสือจากสำนักงานใหญ่ของร้านทองแจ้งเตือนมาที่บ้านอีกครั้ง แต่ตนเองก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่ง 11 พ.ย. 65 ได้มีหมายเรียกให้ตนเองไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ห้างทองร้านดังกล่าวเป็นเจ้าทุกข์แจ้งความ ในข้อหาทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง และได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกหรือบุคคลที่สาม ก่อนที่ทางพนักงานร้านทองเองได้มาไกล่เกลี่ยกับตนที่โรงพัก อีกฝ่ายพยายามไกล่เกลี่ยให้ตนยอมรับและชดใช้ค่าเสียหาย แต่ตนไม่ยอม ทำให้อีกฝ่ายบังคับให้ตนเอาทองคำ 1 สลึงที่เคยมีการชื้อเปลี่ยนมาขายคืนที่ร้าน ในจำนวน 7,110 บาท หักลบกับของเก่าที่มีปัญหา ซึ่งตนไม่ยินยอม แต่โดนบังคับ เลยอยากออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม

พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าหากเป็นทองปลอมจริง ทำไมตนเองถึงเอาไปจำนำที่ร้านเขาได้ ในวันที่มีการซื้อขายทำไมถึงไม่มีการระบุหรือบอก ตรวจสอบแล้วทำไมไม่พบว่าเป็นของปลอม อีกทั้งผ่านไป 16 วันก่อนจะมีการมาแจ้ง ตนเองจะเชื่อถือได้อย่างไรว่าใช่เส้นเดียวกับที่ตนเอาไปขายหรือไม่ ตนอยากได้ความชัดเจน เพราะตอนนี้ตนเองก็เดือดร้อน

ทีมข่าวได้เดินทางไปยังร้านทองที่มีการกล่าวถึง ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า พนักงานเองได้แจ้งกับทางทีมข่าวว่าทางสาขาไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากต้องทำหนังสือไปยังสำนักงานใหญ่ ส่วนการตั้งข้อสังเกตในวันที่มีการชื้อขายแล้วผ่านไป 16 วัน ในขั้นตอนการปฎิบัติแล้วต้องมีการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่มีการชื้อขายหรือไม่ ทางร้านเองไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่ยืนยันว่ามีข้อมูลหลักฐานพร้อมสู้